ผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากจังหวัดมหาสารคาม มารักษาตัวที่โรงพยาบาลขอนแก่น อาการหนักต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ

สำนักข่าว: สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์
URL: https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210131185707225
วันที่เผยแพร่: 31 ม.ค. 2564

คณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดขอนแก่น แถลงพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายที่ 11 ของจังหวัดขอนแก่น เป็นชายวัย 57 ปี ชาว จ.มหาสารคาม เดินทางมาตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาลในจังหวัดขอนแก่น ซึ่งมีอาการหนักต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ขณะที่กลุ่มเสี่ยงสูงหลังจากมีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยจังหวัดมหาสารคาม 4 อำเภอของขอนแก่นผลเป็นลบทุกคน

ที่ห้องประชุมสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น นายแพทย์ สมชายโชติ ปิยวัชร์เวลา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยรองศาสตราจารย์ นายแพทย์ ทรงศักดิ์ เกียรติชูสกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และแพทย์หญิงนาตยา มิลส์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น ร่วมกันแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน หลังพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่ของจังหวัดขอนแก่น รายที่ 11 เป็น ชาย อายุ 57 ปี ชาว จ.มหาสารคาม ขณะนี้ เข้ารับการรักษาตัวอยู่ภายในห้องความดันลบของโรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

นายแพทย์ สมชายโชติ ปิยวัชร์เวลา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ผู้ป่วยรายดังกล่าวนี้เป็นชายวัย 57 ปี ชาว จ.มหาสารคาม ขับรถยนต์ส่วนตัวมาพร้อมกับภรรยา เพื่อเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลเอกชนในจังหวัดขอนแก่น เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 27 ม.ค. 64 ที่ผ่านมา ด้วยอาการวิงเวียน มีไข้ แพทย์ได้ทำการตรวจคัดกรองพบว่าปอดติดเชื้อ จึงได้ประสานโรงพยาบาลศรีนครินทร์ เพื่อส่งตัวผู้ป่วยเข้ารับการรักษาต่อพร้อมกับใช้ท่อช่วยหายใจและเครื่องช่วยหายใจเนื่องจากปอดมีอาการลุกลามจากปอดด้านขวาไปซ้าย ขณะนี้ อาการดีขึ้นตามลำดับอยู่ในการดูแลของแพทย์ที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์อย่างใกล้ชิด ในส่วนของบุคลากรของโรงพยาบาลเอกชนซึ่งรับตัวผู้ป่วยเข้ารักการรักษาภายในโรงพยาบาลนั้น มีบุคลากรที่มีความเสี่ยงต่ำ จำนวน 6 คน ได้เข้าสู่กระบวนการสังเกตตนเองและรายงานต่อทีมงานทุกวัน และมีบุคลากรที่มีความเสี่ยงสูง จำนวน 8 คน ทางโรงพยาบาลได้มีการกักตัว 14 วัน และเก็บตัวอย่างส่งตรวจหาเชื้อทั้งหมดแล้ว ซึ่งมาตรการดังกล่าวเป็นมาตรฐานเดียวกับทั้งโรงพยาบาลของรัฐและเอกชน

ในส่วนของผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ของจังหวัดมหาสารคาม รายต่าง ๆ ที่มีไทม์ไลน์สัมผัสร่วมกับคนขอนแก่นนั้น ทีมสอบสวนโรคของจังหวัดขอนแก่นได้ประสานข้อมูลกับทางสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม และส่งทีมเคลื่อนที่เร็วไปทำการตรวจคัดกรองผู้ที่มีความเสี่ยงทั้งหมดแล้ว ประกอบด้วย อ.บ้านไผ่ 6 ราย อ.พล 1 ราย อ.เมืองขอนแก่น 1 ราย อ.ชุมแพ 6 ราย ผลตรวจทุกคนเป็นลบ แต่ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการกักตัวตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างเข้มงวด พร้อมกันนี้ทางทีมแพทย์สังกัดสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น ในวันที่ 5 ก.พ. นี้ จะส่งทีมสอบสวนโรคและเคลื่อนที่เร็วจะเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ช่วยเข้าหน้าที่ในจังหวัดสมุทรสาคร และวันที่ 11 ก.พ. จะส่งอีก 3 ทีมไปช่วยที่โรงพยาบาลสนาม จ.สมุทรสาคร และจะมีการจัดทีมสอบสวนโรค และเคลื่อนที่เร็วไว้สำหรับกรณีที่มีการร้องขอ ก็จะพร้อมปฏิบัติงานทันที ซึ่งขณะนี้ล่าสุดจังหวัดขอนแก่นมีจำนวนยอดผู้ติดเชื้อสะสมที่ 11 ราย รักษาแล้ว 10 ราย เหลือ 1 รายรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์

ด้าน รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ ทรงศักดิ์ เกียรติชูสกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศรีนครินทร์ กล่าวว่า ในผู้ป่วยโควิด-19 รายที่ 11 ของจังหวัดขอนแก่นนั้น มีโรคประจำตัวคือ โรคเก๊าท์ และความดันโลหิตสูง โดยผู้ป่วยให้ข้อมูลกับทีมแพทย์ว่ามีไข้มาประมาณ 8 วัน โดยเข้ารับการรักษาที่ในจังหวัดมหาสารคาม แต่อาการไม่ดีขึ้น ก่อนจะเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลเอกชนในจังหวัดขอนแก่นพบว่าปอดติดเชื้อ และทางโรงพยาบาลศรีนครินทร์ได้รับการประสานและรับตัวผู้ป่วยมาในช่วงเย็นวันที่ 29 ม.ค. 64 ที่ผ่านมา เบื้องต้นพบว่าผู้ป่วยมีไข้ มีภาวะปริมาณออกซิเจนในเลือดค่อนข้างต่ำ หายใจเร็วเล็กน้อย จากการตรวจสอบผลเอ็กซเรย์ปอดเบื้องต้นพบว่ามีรอยโรคการติดเชื้อที่บริเวณปอดด้านขวา โดยแพทย์ที่รับการรักษาประเมินว่าต้องใช้ท่อช่วยหายใจ และเครื่องช่วยหายใจตั้งแต่เริ่มต้น ซึ่งปริมาณออกซิเจนในเลือดก็เริ่มดีขึ้นตามลำดับ และให้ยารักษาตั้งแต่เริ่มต้น ขณะนี้อาการของผู้ป่วยซึ่งเข้าสู่วันที่ 3 พบว่าไข้เริ่มลง สามารถลดการใช้ออกซิเจนลงไปได้ และในช่วงเช้าที่ผ่านมาได้เริ่มให้อาหารทางสายยาผู้ป่วย ลดยาคลายกล้ามเนื้อที่ช่วยในการประคองเรื่องการหายใจ ซึ่งผู้ป่วยเริ่มรู้สึกตัวดีขึ้นหลังจากลดยาลง แต่มีปัญหาเพิ่มเติมคือผู้ป่วยมีภาวะแทรกซ้อน

ขณะนี้อาการเริ่มทรงตัว ไข้ลดลง แพทย์ได้ให้ยาต้านไวรัส 2 ชนิดควบคู่กัน ซึ่งผลการตอบสนองของผู้ป่วยมีแนวโน้วดีขึ้นตามลำดับ และในวันพรุ่งนี้ก็จะเริ่มการปรับลดออกซิเจน และปรับลดเครื่องช่วยหายใจให้ลดน

 

Scroll to Top